Wednesday, April 9, 2025

ครั้งที่ 17

ความรู้ที่ได้รับ👼👻

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 11 หัวข้อ คือ GEN Z สร้างสรรค์พาชาติไทยเจริญ

        GEN (Generation) หมายถึงกลุ่มคนที่เกิดในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายเจนเนอเรชันตามปีที่เกิดและลักษณะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสังคมในช่วงนั้นๆ โดยทั่วไปจะมีการแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้:

  1. เจนเนอเรชันเบบี้บูม (Baby Boomers): ประมาณปี 1946-1964

    • คนในกลุ่มนี้มักจะมีค่านิยมที่เน้นการทำงานหนัก การมีครอบครัว และมักเติบโตในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

  2. เจนเนอเรชัน X (Generation X): ประมาณปี 1965-1980

    • คนในกลุ่มนี้มักจะเติบโตในช่วงที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน และมีการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจและสังคม

  3. เจนเนอเรชัน Y หรือ มิลเลนเนียล (Generation Y/Millennials): ประมาณปี 1981-1996

    • คนในกลุ่มนี้มักจะเป็นผู้ที่เติบโตมาในยุคอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัล มีความสนใจในเรื่องการศึกษาต่อและการสร้างความสำเร็จส่วนตัว

  4. เจนเนอเรชัน Z (Generation Z): ประมาณปี 1997-2012

    • คนในกลุ่มนี้มักจะเป็น "ดิจิทัลเนทีฟ" ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีทันสมัย เช่น สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย พวกเขามีมุมมองที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงของโลก

  5. เจนเนอเรชัน Alpha (Generation Alpha): ประมาณปี 2013-ปัจจุบัน

    • คนในกลุ่มนี้เป็นเด็กที่เกิดในช่วงที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น พวกเขามักจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีเทคโนโลยีและข้อมูลแบบดิจิทัล





ครั้งที่ 16

ความรู้ที่ได้รับ😁💗

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 10 หัวข้อ คือ สร้างสรรค์ 3มิติ ในโลกกราฟฟิค

        เป็นการพัฒนาทักษะที่ช่วยให้เด็กมีความเข้าใจในโลกจริงผ่านการใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน เช่น การมองเห็น การสัมผัส การฟัง เป็นต้น การสร้างประสบการณ์สามมิตินั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังนี้:
  1. การใช้วัสดุที่มีรูปทรงสามมิติ: เช่น ลูกบอล, บล็อกไม้, หุ่นยนต์พลาสติก หรือโมเดลต่างๆ ที่สามารถจับต้องและเห็นลักษณะของมันได้จากทุกมุม

  2. การเล่นด้วยวัสดุที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้: เช่น ดินน้ำมัน, คลิปบอร์ด, หรือวัสดุอื่นๆ ที่เด็กสามารถสร้างรูปทรงที่มีมิติได้ด้วยตัวเอง

  3. กิจกรรมที่ใช้การมองเห็นและสัมผัส: เช่น การให้เด็กมองภาพสามมิติหรือกราฟฟิกที่แสดงถึงวัตถุในรูปแบบที่มีมิติ การให้เด็กจับหรือสัมผัสวัตถุที่มีขนาดและรูปร่างต่างๆ เพื่อเข้าใจถึงลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของรูปทรง

  4. การใช้เทคโนโลยี: การใช้แอปพลิเคชันหรือเกมที่จำลองสภาพแวดล้อมสามมิติ เช่น การใช้แท็บเล็ตหรือโปรเจ็กเตอร์ที่แสดงผลแบบสามมิติที่เด็กสามารถโต้ตอบได้

ครั้งที่ 15

ความรู้ที่ได้รับ 💑👿


กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 9 หัวข้อ คือ Coding คิดได้ เล่นเป็น

- จัดรูปแบบอนนไลน์

         Coding หรือ การเขียนโปรแกรม คือกระบวนการที่ใช้ในการสั่งการคอมพิวเตอร์ให้ทำงานต่างๆ โดยการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งที่เขียนในโปรแกรมได้

         สำหรับเด็กปฐมวัย การเริ่มต้นเรียนรู้ Coding จะเป็นการฝึกให้เด็กเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของการคิดอย่างมีระเบียบ (computational thinking) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการแก้ปัญหาหรือสร้างสิ่งต่างๆ ในอนาคต


พัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะ: เด็กจะได้ฝึกคิดเชื่อมโยงเหตุผลจากการแก้ปัญหาในรูปแบบต่างๆ

ส่งเสริมการคิดแบบสร้างสรรค์: การเขียนโปรแกรมช่วยกระตุ้นให้เด็กคิดอย่างสร้างสรรค์ และคิดหาทางเลือกใหม่ๆ

เสริมทักษะการแก้ปัญหา: เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการจัดระเบียบความคิดและการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่มีขั้นตอน

เรียนรู้ผ่านการเล่น: Coding สำหรับเด็กปฐมวัยมักจะใช้เกมและกิจกรรมที่สนุกสนาน ทำให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


แนวทางการเรียนรู้พื้นฐานของ Coding สำหรับเด็กปฐมวัย

  1. เรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น “ไปข้างหน้า”, “เลี้ยวซ้าย”, “เลี้ยวขวา”

  2. การคิดเชิงลำดับ (Sequencing): การเรียนรู้การจัดระเบียบคำสั่ง เช่น การจัดลำดับการกระทำ เช่น เด็กต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้หุ่นยนต์เดินถึงจุดหมาย

  3. การทำงานเป็นทีม: การพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหาในทีม

  4. ทักษะการแก้ปัญหา: เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการคิดอย่างมีระเบียบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำกิจกรรม



ครั้งที่ 14

ความรู้ที่ได้รับ💛💨

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 8 หัวข้อ คือ STEM Fun and Learn สนุกคิด สนุกสร้าง

          STEM Fun and Learn เป็นแนวทางในการเรียนรู้ที่สนุกสนานและสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ โดยการผสมผสานการเรียนรู้ใน 4 ด้านหลัก คือ Science (วิทยาศาสตร์), Technology (เทคโนโลยี), Engineering (วิศวกรรม), และ Mathematics (คณิตศาสตร์) ในกิจกรรมที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่สนุกและน่าสนใจ

แนวทางการนำ STEM Fun and Learn ไปใช้กับเด็กปฐมวัย:

  • สร้างบรรยากาศที่กระตุ้นการเรียนรู้: ใช้สื่อการสอนที่หลากหลาย เช่น หนังสือภาพ, ของเล่นเสริมพัฒนาการ, หรือกิจกรรมที่สามารถทำในกลุ่ม

  • เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์: เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำและการทดลอง

  • ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในรูปแบบที่สนุกและไม่น่าเบื่อ: พยายามทำกิจกรรมให้เด็กสนุกสนานและเข้าใจง่าย โดยการใช้เกมหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว




ครั้งที่ 13

ความรู้ที่ได้รับ💢💬

 กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 7 หัวข้อ คือ สารนิทัศน์ ประเมินเด็กได้จริงหรือ ?

  

            สารนิทัศน์ (Learning Standards / Learning Notions) คือ สาระสำคัญที่เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งสะท้อนถึง พฤติกรรม หรือทักษะ ที่เด็กควรแสดงออกหลังจากได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสม

 สารนิทัศน์ -- กระบวนการจัดทำสารนิทัศน์ 

  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 1 การบรรยายเรื่องราวหรือประสบการณ์ 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 2 การสังเกตพัฒนาการเด็ก 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 3 แฟ้มสะสมผลงาน 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 4 ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 5 การสะท้อนตนเอง

ครั้งที่ 12

ความรู้ที่ได้🙍🙋

 กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 6 หัวข้อ คือ สร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช้ EF ไม่ได้แล้ว
 
         EF หรือ Executive Functions (กระบวนการคิดระดับสูง) คือ ทักษะสมองเพื่อการควบคุมตนเอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตของคนคนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียน การทำงาน การเข้าสังคม และการควบคุมพฤติกรรมตนเองในระยะยาว

ทักษะ EF มีทั้งหมด 9 ด้าน

  1. Working Memory (ความจำที่นำมาใช้งาน)
    การจดจำข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการทำงานหรือแก้ปัญหา เช่น เด็กจำขั้นตอนการล้างมือได้

  2. Inhibitory Control (การยั้งคิด ยั้งทำ)
    การควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม ไม่ให้วู่วาม เช่น เด็กไม่ร้องไห้งอแงเมื่อไม่ได้ของเล่น

  3. Emotional Control (การควบคุมอารมณ์)
    การจัดการอารมณ์ให้เหมาะสม เช่น เด็กสามารถสงบสติเมื่อโกรธหรือผิดหวังได้

  4. Sustained Attention (การใส่ใจใส่สมาธิ)
    การมีสมาธิอยู่กับงานจนสำเร็จ เช่น เด็กตั้งใจฟังนิทานจนจบ

  5. Task Initiation (การริเริ่มลงมือทำ)
    การเริ่มทำงานหรือกิจกรรมโดยไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

  6. Planning and Organization (การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ)
    ความสามารถในการวางแผนลำดับขั้นตอน เช่น เด็กสามารถเตรียมของเล่นก่อนออกไปเล่นนอกบ้าน

  7. Time Management (การบริหารจัดการเวลา)
    การรู้จักเวลาและใช้เวลาให้เหมาะสม เช่น เล่นของเล่นตามเวลาที่ครูกำหนด

  8. Flexibility (ความยืดหยุ่นความคิด)
    การปรับตัวเมื่อต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลง เช่น ปรับแผนเมื่อไม่ได้ไปสนามเด็กเล่นเพราะฝนตก

  9. Goal-Directed Persistence (ความพากเพียรเพื่อบรรลุเป้าหมาย)
    ความพยายามที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ แม้จะยากหรือนาน



ครั้งที่ 11

 ความรู้ที่ได้รับ💨👷

โครงการสัมมนาครั้งที่5 โครงการUnlock your English Adventure

       ภาษาอังกฤษช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์และแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งสามารถกระตุ้นการคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหา  การเรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่ปฐมวัยจะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในการสื่อสาร การได้ฝึกพูดและใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้เด็กกล้าใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ การเรียนรู้คำศัพท์ง่ายๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจวัตรประจำวัน  จะช่วยให้เด็กสามารถใช้ภาษาอังกฤษในบริบทที่จริงจังและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันยังสามารถเสริมสร้างความคุ้นเคยและช่วยให้เด็กเกิดความมั่นใจในการพูดและฟังภาษาอังกฤษได้ดี





ครั้งที่ 10

ความรู้ที่ได้รับ 👽👼
 
ลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 4 หัวข้อ คือ ทดลองอย่างนักวิทย์สนุกคิดกับวิทยาศาสตร์

“ทดลองอย่างนักวิทย์ สนุกคิดกับวิทยาศาสตร์”
คือแนวคิดที่เน้นให้เด็กได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ด้วยความสนุกและอยากรู้อยากเห็นแบบธรรมชาติของเด็ก โดยใช้กระบวนการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การตั้งคำถาม การคาดเดา ทดลอง และสรุปผล



ครั้งที่ 9

ความรู้ที่ได้รับ💗💖
 
สัมนาครั้งที่ 3 คือ แก้ปัญหาต้องสร้างสรรค์ ชีวิตไม่ตกเทรนด์
       
       ครั้งนี้เป็นหัวข้อของตนเอง ต้องเตรียมการจัจดห้อง แบ่งหน้าที่ ซ้อมกันเพื่อให้การจัดสัมนาครั้งนี้ออกมาดีที่สุด
     
           แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คือ

  การคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางใหม่ ๆ ที่หลากหลาย ไม่จำกัดแค่รูปแบบเดิม ๆ โดยใช้จินตนาการ ความคิดริเริ่ม และความยืดหยุ่นในการคิด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและเป็นไปได้

ตัวอย่าง

  • เด็กต่อบล็อกไม่พอสร้างบ้าน → เด็กใช้ฝาขวดแทน

  • เด็กไม่มีพู่กัน → ใช้ใบไม้หรือสำลีก้านจุ่มสีแทน

  • เด็กเล่นกับเพื่อนแล้วทะเลาะกัน → เสนอว่า "งั้นเราผลัดกันเล่นนะ"


การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์:

  • ฝึกให้เด็ก คิดเป็น ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นเสมอไป

  • พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และจินตนาการ

  • ส่งเสริมความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง

ถ้าต้องการสรุปแบบคำสั้น ๆ ก็เขียนว่า:

"แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คือ การคิดหาทางออกใหม่ ๆ อย่างยืดหยุ่นและมีจินตนาการ เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบเจอ"





ปัญหา/อุปสรรค
  - การประสานการใช้ห้อง / ไมค์ 
  - ต้องฝึกการร้องเพลงเพิ่ม
  - โหลดเพลงมาเตรียมไว้ ไม่เปิดเปลี่ยนหน้าไปมา
  -สอนเพื่อนร้องเพลงก่อนแล้วให้เพื่อนร้องตาม
 

ครั้งที่ 8

 ความรู้ที่ได้รับ👾👻

                    หัวข้อสัมนาที่ 2 คือ Lose Parts Play สิ่งที่เด็กๆสร้างได้

Loose Parts Play คือ การเล่นที่ใช้วัสดุหลากหลายชนิดที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เด็กสามารถหยิบจับ จัดวาง รวม หรือดัดแปลงได้อย่างอิสระ ซึ่งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการเรียนรู้แบบไม่มีขีดจำกัด

สิ่งที่เด็ก ๆ สามารถสร้างได้จาก Loose Parts Play เช่น:

  • ของใช้ในจินตนาการ เช่น กล้องส่องทางไกล โทรศัพท์หิน รถของเล่น

  • โครงสร้าง เช่น บ้าน รถไฟ สะพาน หอคอย ปราสาท

  • งานศิลปะ เช่น การจัดวางลวดลายจากธรรมชาติ ทำหน้าคนจากใบไม้และหิน

  • ฉากสมมุติ เช่น ร้านขายของ ตลาด สวนสัตว์

  • ตัวละครในนิทาน เช่น ตัวละครจากก้อนกรวด ไม้แท่ง หรือตะปูเก่า

วัสดุที่ใช้สามารถเป็นได้ทั้งธรรมชาติ (ใบไม้ กิ่งไม้ ก้อนหิน) หรือวัสดุเหลือใช้ (ฝาขวด ท่อ พวงกุญแจเก่า ฯลฯ)

การเล่นแบบนี้เปิดโอกาสให้เด็ก "คิดอย่างนักออกแบบ" และ "เรียนรู้จากการลงมือทำ" อย่างเต็มที่เลยล่ะ 😊

ประโยชน์ของ Loose Parts Play ที่เด่นชัด:

  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์: เด็กสามารถคิดนอกกรอบ ประดิษฐ์สิ่งใหม่จากจินตนาการของตนเอง

  • พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา: เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองว่าชิ้นส่วนไหนวางตรงไหนถึงจะอยู่ได้หรือสร้างอะไรได้

  • เสริมพัฒนาการด้านร่างกาย: ผ่านการหยิบจับ จัดวาง ยก หรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน

  • พัฒนาภาษาสื่อสารและสังคม: โดยเฉพาะเวลาเล่นร่วมกับเพื่อน เด็กจะได้พูดคุย แบ่งปัน และตกลงกัน

  • ส่งเสริมจินตนาการและการเล่นสมมุติ: เด็กมักใช้ชิ้นส่วนมาแทนสิ่งของจริงในการเล่นบทบาทสมมุติ




             การนำสิ่งที่มีรอบตัวมาประดิษฐ์เป็นอะไรก็ได้ จากสิ่งที่มีให้จำนวนจำกันก็สร้างมาสร้างเป็นของเล่นได้ จากการนำของที่มีแค่ของเรา นำไปรวมกับเพื่อนทำเป็นคู่ ต่อมาก็ทำเป็นกลุ่มในการเอามาผสมผสานออกเป็นชิ้นงาน โดยไม่มีคำว่าถูก ผิด



ครั้งที่ 7

ความรู้ที่ได้รับ💚💭

วันนี้เป็นการจัดสัมนาของเพื่อนกลุ่มแรก หัวข้อ คือ สร้างนวัตรกรน้อย ด้วย G PASS 5 STEPS

 G-PASS 5 STEPS 
             เป็นแนวทางที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดยมีเป้าหมายให้เด็กมีส่วนร่วม เรียนรู้อย่างสนุก และจดจำได้ดีในบรรยากาศที่อบอุ่น
  • G (Greeting): ครูทักทาย สร้างความคุ้นเคย และกระตุ้นความสนใจ

  • P (Presentation): ครูนำเสนอเรื่องราว/สื่อ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน

  • A (Activity): เด็กได้ลงมือทำกิจกรรมจริง ฝึกทักษะผ่านการเล่น

  • S (Summary): ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ สร้างความเข้าใจให้ชัดเจน

  • S (Saying Goodbye): ปิดกิจกรรมด้วยความอบอุ่น และส่งเสริมให้นำความรู้ไปใช้

แนวทางนี้เน้นพัฒนา “เด็กเป็นศูนย์กลาง” ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 🌈



การวางแผนและการทำงานเป็นกลุ่มจากการประดิษฐ์นวัตกรรมให้ออกมาดีที่สุดจากอุปกรณ์ที่มี

ครั้งที่ 6

ความรู้ที่ได้รับ👌👧

      เนื่องจากตรงกับการนำเสนอ AAR คณะ  

อาจารย์ได้ให้เข้ามาพูดคุยเช็คชื่อ เเละให้ดำเนินงานของสัมมนาหัวข้อของตนเอง


ครั้งที่ 5

 สัปดาห์ภาษาอังกฤษ🙇😹